กล้อง CCTV ผิดกฎหมาย กรุงเทพฯ ยึดอุปกรณ์ วงจรปิด มูลค่า 100 ล้านบาทใน
ตำรวจตรวจยึดกล้อง CCTV และซิมการ์ดต่างประเทศจำนวนมาก
nhknoxville.com – กล้อง CCTV ผิดกฎหมาย กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม วงจรปิด หลายหมื่นตัว และ ซิมการ์ดต่างประเทศ 21,000 ใบ จากคลังสินค้าในกรุงเทพฯ ซึ่งใช้สำหรับ ไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตรวจพบการใช้ความถี่ผิดปกติในกรุงเทพฯ
นาย ไตรรัตน์ วิริยศิริกุล เลขาธิการ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ เปิดเผยว่า คลังสินค้าขนาดใหญ่ในซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ เป็นของชาวจีน ซึ่งลักลอบนำเข้ากล้อง CCTV ที่ทำงานบนความถี่ไม่ได้รับอนุญาต
การใช้งานคลังสินค้าและไลฟ์สดขายของออนไลน์
คลังสินค้านี้ถูกใช้เป็น ศูนย์เก็บและกระจายสินค้า โดยบางห้องดัดแปลงเป็น มินิสตูดิโอสำหรับไลฟ์สดขายของออนไลน์ อุปกรณ์เหล่านี้ขายในราคาใกล้เคียงกับตลาด ประมาณ ไม่เกิน 1,000 บาทต่อชุด โดยยอดขายต่อวันสูงสุดถึง 4,000 ชิ้น
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดกล้อง CCTV ผิดกฎหมายประมาณ 100,000 ชุด พร้อม ซิมการ์ดต่างประเทศ 21,000 ใบ ซึ่งเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมหลบเลี่ยงการตรวจสอบ มูลค่าของการยึดครั้งนี้ เกิน 100 ล้านบาท
ความเสี่ยงต่อระบบสื่อสารและข้อมูลส่วนตัว
นายไตรรัตน์เน้นย้ำว่า อุปกรณ์ผิดกฎหมายเหล่านี้เสี่ยงต่อสัญญาณ WiFi และระบบสื่อสารของภาครัฐ รวมถึง ความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล เพราะอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการรับรองอาจทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงภาพและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ง่าย
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ประชาชนควรซื้อกล้อง CCTV จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และมี ใบรับรอง กสทช. หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกที่มาจากแหล่งไม่ชัดเจน โดยหน่วยงานกำลัง ดำเนินการล้างตลาดออนไลน์ เพื่อกำจัดสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
มาตรการป้องกันประชาชนจากอุปกรณ์ผิดกฎหมาย
-
ตรวจสอบแหล่งซื้อสินค้า ว่ามีการรับรองจาก กสทช. หรือไม่
-
หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกจากร้านค้าออนไลน์ไม่รู้จัก
-
ติดตั้งกล้อง CCTV ที่มีมาตรฐานและซอฟต์แวร์ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะข้อมูล
-
หน่วยงานรัฐและตำรวจร่วมมือกัน ตรวจสอบและจับกุมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ทั้งในคลังสินค้าและแพลตฟอร์ม e-commerce
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและตลาดออนไลน์
การลักลอบนำเข้าและขายกล้องวงจรปิดผิดกฎหมายไม่เพียงแต่ เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังส่งผลต่อ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ ระบบตลาดออนไลน์ โดย:
-
การใช้ซิมการ์ดต่างประเทศเชื่อมกับแอปพลิเคชันเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทำให้ ยากต่อการติดตามผู้กระทำผิด
-
ผู้บริโภคอาจถูก แฮกเกอร์โจมตีข้อมูลส่วนตัว ผ่านกล้องที่ไม่ได้มาตรฐาน
-
การขายสินค้าออนไลน์ที่ผิดกฎหมายทำให้ คู่แข่งที่ขายสินค้าถูกกฎหมายเสียเปรียบ
สรุปเหตุการณ์ยึดอุปกรณ์ CCTV ผิดกฎหมาย
-
ตำรวจยึดกล้อง CCTV ผิดกฎหมาย ประมาณ 100,000 ชุด และ ซิมการ์ดต่างประเทศ 21,000 ใบ
-
คลังสินค้าตั้งอยู่ใน ซอยลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ ของกรุงเทพฯ
-
อุปกรณ์ถูกใช้ใน การเก็บและกระจายสินค้า พร้อมห้องไลฟ์สดขายออนไลน์
-
มูลค่าของสินค้าที่ยึด เกิน 100 ล้านบาท
-
อุปกรณ์ผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อระบบ WiFi, การสื่อสารของรัฐ และข้อมูลส่วนตัวของประชาชน
-
หน่วยงานรัฐและ กสทช. แนะนำให้ซื้อกล้อง CCTV จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และมีใบรับรอง
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสำคัญของ การตรวจสอบสินค้ากล้องวงจรปิดและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยของระบบสื่อสารในประเทศไทย