ตำรวจไทยจับกุม ผู้ต้องหาชาวฝรั่งเศสหมายแดงอินเตอร์โพล ลักลอบขนยาเสพติดหนีหมายแดงอินเตอร์โพลในพัทยา
nhknoxville.com – ผู้ต้องหาชาวฝรั่งเศสหมายแดงอินเตอร์โพล เหตุการณ์การจับกุมผู้ร้ายข้ามชาติอีกครั้งในประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยสามารถจับกุมวัย 32 ปี ที่มีหมายแดงจากองค์การตำรวจสากล (Interpol) ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดระหว่างยุโรปและอเมริกา ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก่อนถูกจับกุมในเมืองพัทยาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ผู้ต้องหารายนี้ถูกระบุชื่อเล่นว่า “Bones” และถูกออกหมายจับในประเทศฝรั่งเศส โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาเป็นสมาชิกระดับสำคัญในแก๊งสายยาเสพติดต่อใหญ่ที่มีอิทธิพลในกรุงปารีสและเมืองบริเวณใกล้เคียง
จับกุมผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพลกลางพัทยา
พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขฮา ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 เผยว่าเจ้าหน้าที่สามารถติดตามพิกัดและจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยก่อนหน้านี้ทางการฝรั่งเศสได้แจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานความมั่นคงของไทยว่าผู้ต้องหารายนี้อาจเข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย
ข้อมูลการหลบหนีและการเข้าประเทศของผู้ต้องหา
จากข้อมูลของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พบว่า Bones เดินทางเข้าประเทศไทยทางสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางตรงมายังเมืองพัทยาเพื่อตั้งหลักและเตรียมตัวหลบหนีต่อไปยังประเทศที่สาม โดยพฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบการหลบหนีของผู้ต้องหาข้ามชาติที่ต้องการหลบเลี่ยงการประสานงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศ
ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดข้ามทวีป
ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส ผู้ต้องหารายนี้มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยเครือข่ายนี้มุ่งเน้นการลักลอบขนยาเสพติดประเภทโคเคนและยาชนิดอื่น ๆ เข้าไปยังทวีปยุโรปผ่านช่องทางลับหลายรูปแบบ
ความผิดตามกฎหมายฝรั่งเศส
ภายใต้กฎหมายฝรั่งเศส ผู้ต้องหารายนี้ถูกตั้งข้อหาในความผิด 2 ประการ ได้แก่
-
ความผิดฐานลักลอบขนยาเสพติด
-
ความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายควบคุมยาเสพติดของฝรั่งเศส ซึ่งหมายจับถูกออกตามกระบวนการของศาลฝรั่งเศสก่อนถูกส่งเข้าเครือข่ายInterpol
การเพิกถอนวีซ่าและกระบวนการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ทำการ เพิกถอนวีซ่า ของ Bones ทันที เนื่องจากผู้ต้องหาถูกจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศไทยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และอยู่ในสถานะบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ขั้นตอนการประสานงานระหว่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า อยู่ในขั้นตอนการประสานงานส่งตัวผู้ต้องหากลับไปยังประเทศฝรั่งเศสตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยมีขั้นตอนดังนี้:
-
ตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตน
-
ยืนยันหมายจับและประวัติอาชญากรรมผ่าน Interpol
-
ประสานงานกับสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย
-
ส่งตัวผู้ต้องหาไปยังประเทศต้นทางเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พล.ต.ต.ทรงโปรดกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงและเครือข่ายตำรวจสากลที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ประเทศไทยและการเป็นจุดซ่อนตัวของผู้ต้องหาต่างชาติ
กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับในต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้หลบหนีด้วยเหตุผลด้านการท่องเที่ยว สภาพสังคมที่เปิดกว้าง และโครงสร้างเมืองที่สามารถหลบซ่อนได้ง่าย
มาตรการเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ดำเนินมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เช่น:
-
การตรวจเช็ควีซ่าและประวัติผ่านฐานข้อมูลสากล
-
การเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ
-
การประสานงานกับสถานทูตและ Interpol
มาตรการเหล่านี้ช่วยให้ประเทศไทยจับกุมผู้ต้องหาข้ามชาติได้หลายรายในช่วงปีที่ผ่านมา
สรุป
การจับกุม “Bones” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและต่างชาติ และเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่หลบหนีที่ปลอดภัยสำหรับผู้ต้องหาที่มีหมายจับระหว่างประเทศ
ในขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างขั้นตอนการ ส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดและการเป็นสมาชิกเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ