เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยแถลงข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนกรณีปล่อยตัวผู้ต้องขังชาวจีนโดยมิชอบ

สอบสวนปล่อยผู้ต้องขังชาวจีน ตำรวจ-ทนายถูกตรวจสอบ

ตร. และทนายถูกสอบ สอบสวนปล่อยผู้ต้องขังชาวจีน

nhknoxville.com – สอบสวนปล่อยผู้ต้องขังชาวจีน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดการสอบสวนเกี่ยวกับกรณีที่มีรายงานว่ามี ตำรวจ ทนายความ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งประเด็นนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนี้ สตม. ยังยืนยันด้วยว่าในช่วงปี 2021–2025 มีชาวจีนจำนวน 131 รายที่ถูกส่งตัวให้ตำรวจระหว่างกระบวนการดำเนินคดี และจนถึงปัจจุบันยังไม่ถูกส่งตัวกลับมาที่ สตม. เพื่อดำเนินการส่งกลับประเทศตามกระบวนการปกติ

เบื้องหลังการส่งตัวผู้ต้องหาชาวจีนให้ตำรวจ

สตม. เปิดเผยว่า ชาวจีนจำนวน 131 รายถูกส่งตัวให้กับหน่วยงานตำรวจตามหมายศาลเพื่อให้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีอาญา โดยมีทั้งจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยงานตำรวจอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า การส่งตัวทั้งหมดดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเอกสารครบถ้วน และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอาจทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

การร้องเรียนจากภาคประชาชนและข้อกล่าวหาใหม่

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสสังคมเมื่อ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเปิดเผยข้อมูลและยื่นร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าว โดยเขากล่าวหาว่า

  • ตำรวจ

  • ทนายความ

  • และบุคคลผู้มีอิทธิพล

มีการ ร่วมกันสร้างคดีเท็จ เพื่อให้ผู้ต้องหาชาวจีนออกจาก ศูนย์กักตัวสวนพลู ของ สตม. จากนั้นมีการอ้างว่า ผู้ต้องหาเหล่านี้ถูกอำนวยความสะดวกให้เดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศที่สาม

ข้อกล่าวหานี้ทำให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวพันทั้งความปลอดภัย ความโปร่งใส และการทุจริตเชิงระบบ

สตม. ตอบโต้ข้อกล่าวหาและเริ่มต้นสอบสวน

คำชี้แจงจากผู้บริหาร สตม.

พล.ต.ต.ภาณพ วรธนัชชกุล ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. ออกมาแถลงเมื่อวันอังคารว่า สำนักงานได้เริ่มตรวจสอบเบื้องต้นตามข้อมูลที่ได้รับแล้ว

เขาระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายอัจฉริยะยื่นเอกสารร้องเรียนต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

กรณี 2 ผู้ต้องหาชาวจีนในรายงานร้องเรียน

ข้อมูลในคำร้องเรียนกล่าวถึงผู้ต้องหาชาวจีน 2 ราย คือ

  • หม่า กว่างเสวียน (Ma Guangxue)

  • เซียว หลง (Xiao Long)

ซึ่งถูกระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการออกจากที่กักตัว

พล.ต.ต.ภาณพเปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายหม่า ได้ถูกส่งตัวกลับมาที่ สตม. จาก สน.หัวหมาก ก่อนที่จะถูกส่งกลับประเทศจีนเมื่อวันที่ 21 มกราคม ปีที่ผ่านมา

สถานทูตจีนยังได้ออกหนังสืออย่างเป็นทางการ ขอบคุณ สตม. สำหรับความร่วมมือในกรณีดังกล่าว จึงเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่ากระบวนการไม่ได้หายไปโดยไร้ร่องรอย

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ต้องหาชาวจีน 131 ราย

ถูกตำรวจขอรับตัว แต่ไม่ได้ถูกส่งกลับ

ระหว่างปี 2021–2025 เจ้าหน้าที่สอบสวนจาก

  • กองบัญชาการตำรวจนครบาล

  • และหน่วยงานตำรวจส่วนกลางอื่น ๆ

ได้ยื่นคำร้องขอรับตัวชาวจีน 131 คนเพื่อดำเนินคดี ตามหมายจับและหมายเรียกศาล

ปัญหาที่ถูกตั้งคำถามคือ เหตุใดผู้ต้องหาเหล่านี้จึงไม่ถูกส่งกลับมาที่ สตม. หลังสิ้นสุดกระบวนการสอบสวนหรือพิจารณาคดี เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานตามกฎหมายคนเข้าเมือง

ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ เช่น

  • ผู้ต้องหาเหล่านี้อยู่ที่ไหนตอนนี้?

  • มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่?

  • มีการทุจริตเชิงกระบวนการหรือไม่?

  • ประเทศไทยใช้ช่องโหว่กฎหมายในการปล่อยตัวชาวต่างชาติหรือไม่?

นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายและความมั่นคงมองว่า หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริง อาจนำไปสู่

  • การทุจริตข้ามหน่วยงาน

  • การค้ามนุษย์หรือขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ

  • การละเมิดกฎหมายและอธิปไตยของประเทศ

  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของระบบยุติธรรม

ทิศทางหลังจากนี้

ตอนนี้ สตม. อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร การสืบสวนข้อมูล และอาจมีการเรียกตำรวจ ทนาย และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่ม

กระทรวงยุติธรรมเองก็กำลังรอผลสอบและอาจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบข้อบ่งชี้ว่ามีการกระทำผิดจริง

สรุป

กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนระหว่าง

  • สตม.

  • ตำรวจ

  • ทนายความ

  • บุคคลมีอิทธิพล

  • และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

และอาจกลายเป็น คดีทุจริตใหญ่ระดับประเทศ หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง

BANGKOKPOST

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *