อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ต่อการจัดตั้งรัฐบาลผสม

พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล ประกาศเงื่อนไขตั้งรัฐบาล ต้องโปร่งใส

พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล พร้อมย้ำต้องโปร่งใส ไร้ทุนสีเทา และไม่สร้างความขัดแย้ง

nhknoxville.com – พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง แต่มีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องปฏิบัติ ได้แก่ ความซื่อสัตย์โปร่งใส ปลอดจาก “ทุนสีเทา” และไม่ดำเนินนโยบายที่สร้างความแตกแยกในสังคม

ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ยังเต็มไปด้วยการแข่งขัน การแสวงหาพันธมิตร และความคาดหวังจากประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ได้วางจุดยืนของตนไว้อย่างชัดเจนว่า การมีเสียงมากหรือน้อยไม่สำคัญเท่ากับความมั่นคงทางคุณธรรมและการบริหารประเทศอย่างยั่งยืน

จุดยืนของพรรคในประเด็นการร่วมรัฐบาล

เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน (PP) เขากล่าวว่าพรรคไม่ได้ปิดประตูเจรจา แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขพื้นฐานที่จะต้องไม่ถูกละเมิด

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า รัฐบาลที่ดีในมุมมองของพรรคต้องเป็นรัฐบาลที่:

  • ซื่อสัตย์และโปร่งใสทางการเมือง

  • ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนสีเทา

  • ไม่ใช้ความขัดแย้งเป็นเครื่องมือทางการเมือง

เขากล่าวว่า “คำถามเรื่องเปิดประตูให้ใครร่วมงาน ควรย้อนกลับไปถามพรรคเหล่านั้นว่า พวกเขามีปัญหากับเงื่อนไขสามข้อนี้หรือไม่”

นโยบายและแนวคิดทางเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์

ในช่วงการหาเสียง พรรคการเมืองหลายพรรคได้ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น การแจกเงินสดหรือการให้วงเงินดิจิทัล ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้เหตุผลว่ามาตรการเช่นนี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้าและไม่สามารถใช้ได้อย่างยั่งยืน พร้อมเสนอทิศทางที่แตกต่าง โดยเน้น การสร้างความมั่นคงและหลักประกันรายได้ในระยะยาว

เน้นหลักประกันรายได้ แทนการแจกเงินระยะสั้น

พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันแนวคิด “หลักประกันรายได้” โดยเฉพาะกลุ่ม:

  • เกษตรกร

  • ผู้ใช้แรงงาน

  • ผู้มีรายได้น้อย

แนวคิดนี้ถูกมองว่าเป็น ระบบคุ้มครองทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยให้ประชาชนรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ดีกว่าการแจกเงินแบบครั้งคราว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นอยู่ที่การแยกแยะระหว่าง มาตรการชั่วคราว กับ ความยั่งยืน

นโยบายด้านสวัสดิการและครอบครัว

อีกหนึ่งจุดเน้นของพรรคคือสวัสดิการสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะแม่และเด็ก เช่น:

  • สนับสนุนแม่ที่หยุดงานชั่วคราวเพื่อเลี้ยงลูกแรกเกิด

  • พัฒนาโภชนาการเด็ก

  • ส่งเสริมเงินออมเพื่อเด็กก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา

  • พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในระดับตำบล

  • การศึกษาฟรีอย่างแท้จริงสำหรับเด็กทุกคน

ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดที่ว่า การลงทุนในมนุษย์ตั้งแต่วัยเด็ก คือเครื่องมือสร้างความมั่นคงระยะยาวทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

การปฏิรูปการศึกษาและหลักสูตรที่ยืดหยุ่น

หนึ่งในนโยบายเรือธงของพรรคคือ การปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่ (Major Curriculum Reform) เพื่อให้ระบบการศึกษาไทยยืดหยุ่นมากขึ้น และตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่

ระบบสะสมหน่วยกิตและทักษะส่วนบุคคล

ตามนโยบายนี้ นักเรียนสามารถ:

  • เลือกวิชาตามความสนใจ

  • สะสมหน่วยกิตตามทักษะที่ต้องการ

  • โยกย้ายหน่วยกิตได้ตามเป้าหมายชีวิตและอาชีพ

แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นการเตรียมคนไทยให้พร้อมสำหรับ เศรษฐกิจดิจิทัล และ เศรษฐกิจฐานทักษะ ที่กำลังเติบโต

เงื่อนไขเชิงคุณธรรมสำหรับรัฐบาลร่วม

พรรคยังย้ำว่าเงื่อนไขหลักทั้งสามข้อไม่ใช่เพียงสโลแกนทางการเมือง แต่เป็นหลักการที่มีความหมายเชิงปฏิบัติ ได้แก่:

  1. รัฐบาลต้องซื่อสัตย์และโปร่งใส

  2. ปราศจากเครือข่ายทุนสีเทาหรือธุรกิจผิดกฎหมาย

  3. ไม่ผลักดันนโยบายที่แบ่งแยกทางสังคม

ในบริบทของการเมืองไทยปัจจุบัน ประเด็นเรื่อง “ทุนสีเทา” ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ:

  • การพนัน

  • ยาเสพติด

  • ฟอกเงิน

  • ธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติ

พรรคประชาธิปัตย์เตือนว่า การปล่อยให้กลุ่มเหล่านี้เข้าใกล้อำนาจรัฐจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงเชิงเศรษฐกิจและสังคม

เป้าหมายด้านเศรษฐกิจในอนาคต

หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ระบุว่าเป้าหมายสำคัญคือ:

  • ดัน GDP ให้กลับสู่ระดับ 5% ภายใน 4 ปี

  • ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น
    อาหาร สุขภาพ EV พลังงานสะอาด

  • ปฏิรูปกฎหมายเพื่อสร้างความคล่องตัวทางธุรกิจ

  • ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มรายได้

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ พร้อมเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและรัฐเพื่อเสริมสร้างสวัสดิการที่มั่นคงกว่าในระยะยาว

สรุป

บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การประกาศเงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้สะท้อนความต้องการสร้าง “รัฐบาลคุณธรรม” ที่ยืนอยู่บนความโปร่งใส ไร้ทุนสีเทา และไม่สร้างความแตกแยก

สำหรับผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เงื่อนไขดังกล่าวอาจกลายเป็นตัวชี้ขาดว่าพรรคใดจะสามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และจะกำหนดทิศทางของประเทศอย่างไรในยุคที่ประชาชนต้องการทั้งความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว

BANGKOKPOST

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *