รถไฟกรุงเทพฯ–อุบลราชธานีชนเครนก่อสร้างที่ถล่มในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

รถไฟชนเครนถล่มโคราช เสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 55 ราย กระทบโครงการ

รถไฟชนเครนถล่มโคราช เสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 55 ราย เหตุสะเทือนโครงการไฮสปีดไทย-จีน

nhknoxville.com – รถไฟชนเครนถล่มโคราช เหตุสลดเกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อรถไฟสายกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี พุ่งชนเครนก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงที่ล้มทับราง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 รายและบาดเจ็บ 55 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ทั้งด้านความปลอดภัยในการก่อสร้าง และความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

รายละเอียดเหตุการณ์ รถไฟชนเครนในเขตอำเภอสีคิ้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 09.05 น. ในพื้นที่บ้านถนนกด อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร รถไฟที่เกี่ยวข้องคือ ขบวนพิเศษด่วนที่ 21 เส้นทางกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี โดยออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ในเวลา 05.00 น.

รถไฟขบวนที่เกิดเหตุและจำนวนผู้โดยสาร

จากรายงานระบุว่า รถไฟวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีผู้โดยสารรวม 120 คน ทั่วขบวน ซึ่งเป็นรถไฟปรับอากาศและมีระบบประตูไฟฟ้าอัตโนมัติ ทำให้การหนีตายเป็นไปอย่างยากลำบากในช่วงเกิดเหตุ

สาเหตุเบื้องต้น: เครนก่อสร้างสะพานถล่มทับรางรถไฟ

จากข้อมูลรายงานในพื้นที่ เครนที่ใช้สำหรับก่อสร้างสะพานรถไฟในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ได้ล้มทับบนรางรถไฟก่อนที่รถไฟโดยสารจะมาถึง

รายละเอียดเครนที่ถล่ม

  • เครนอยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูง

  • โครงเหล็กจำนวนมากตกใส่รถไฟเมื่อเกิดการชน

  • จุดตกกระทบอยู่ที่ตู้โดยสารที่ 2 ซึ่งมีผู้โดยสารกว่า 40 คน

แรงกระแทกทำให้ตู้โดยสารที่ 2 ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งประตูและหน้าต่างที่ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทำให้ผู้โดยสารขาดทางหลบหนี

การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและการเก็บกู้ศพ

ทีมกู้ภัยหลายหน่วยจากจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าถึงจุดเกิดเหตุทันที โดยใช้ เครื่องตัดไฮดรอลิก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในขบวนรถไฟ

จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า

  • เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 17 ราย

  • ติดอยู่ในซากตู้โดยสารอีก 5 ราย

  • เสียชีวิตรวม 22 ราย

  • บาดเจ็บ 55 ราย

ผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาที่

  • โรงพยาบาลสีคิ้ว

  • โรงพยาบาลสูงเนิน

  • โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ปฏิกิริยาจากรัฐบาลและการสอบสวนสาเหตุ

พล.อ. พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับรายงานทันทีและสั่งการให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด

นอกจากนี้ยังมีการตั้ง ศูนย์ฉุกเฉิน ในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารและจัดหาเส้นทางการเดินทางทดแทน

โครงการที่เกี่ยวข้องกับจุดเกิดเหตุ

เครนที่ล้มเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
มูลค่ากว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ เกือบ 200,000 ล้านบาท

ข้อมูลสำคัญของโครงการ

  • เป็นส่วนหนึ่งของเฟส กรุงเทพฯ – นครราชสีมา (ตอนที่ 1)

  • เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2560

  • เป้าหมายคือเชื่อมต่อ กรุงเทพฯ – คุนหมิง (จีน) ผ่านทางลาว

  • คาดว่าจะแล้วเสร็จใน ปี 2568

  • เป็นโครงการสำคัญภายใต้แผน Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน

เหตุการณ์นี้จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยของโครงการระดับภูมิภาค

ผลกระทบต่อการเดินรถไฟ

หลังเกิดเหตุ รฟท. ประกาศยกเลิกขบวนรถไฟดังนี้:

  • ขบวน 21 และ 22 (พิเศษด่วน กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ)
    ถูกยกเลิกทั้งหมด

พร้อมทั้งมีการปรับเส้นทางรถไฟอีก 14 ขบวน ที่วิ่งในเส้นทาง

  • กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี

  • กรุงเทพฯ – สุรินทร์

เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางเกิดเหตุ

The section of the rail bridge construction of Thai-Chinese High-Speed Railway (HSR) project in Nakhon Ratchasima, where a crane fell across the train track on Wednesday morning. (Photo: Department of Disaster Prevention and Mitigation)

การตรวจสอบสาเหตุเครนล้ม

ในขณะนี้หน่วยงานด้านความปลอดภัยวิศวกรรมและผู้รับเหมาอยู่ระหว่างสอบสวนว่า

  • เกิดจากความผิดพลาดของโครงสร้าง

  • การยึดเครนไม่มั่นคง

  • ลมพัดแรง

  • หรือความผิดพลาดของมนุษย์

ยังไม่มีการสรุปผลอย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์ที่สร้างคำถามด้านความปลอดภัย

เหตุสลดครั้งนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามถึง

  • มาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง

  • ระบบตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างใกล้รางรถไฟ

  • มาตรการฉุกเฉินบนรถไฟปรับอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยหลายรายเตือนว่า ประตูไฟฟ้าของรถไฟปรับอากาศควรมี ระบบเปิดฉุกเฉินที่ใช้มือได้ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

บทสรุป

เหตุการณ์รถไฟชนเครนก่อสร้างที่โคราชเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตประชาชนถึง 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 55 ราย ขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนและฟื้นฟูระบบการเดินรถ พร้อมทั้งปรับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

BANGKOKPOST

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *