ร้านมัทฉะเถื่อน เชียงใหม่ ชายญี่ปุ่น ชายชาวญี่ปุ่นถูกจับหลังร้านไอศกรีมดังในโซเชียล จุดกระแสดรามาเลือกปฏิบัติหรือบังคับใช้กฎหมาย
รีวิวไวรัลนำไปสู่การจับกุมกลางเชียงใหม่
nhknoxville.com – ร้านมัทฉะเถื่อน เชียงใหม่ ชายญี่ปุ่น เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเข้าจับกุม ชายชาวญี่ปุ่นวัย 39 ปี ผู้เปิดร้านไอศกรีมมัทฉะโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณหน้าวัดในเขตเมือง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังร้านได้รับความนิยมอย่างมากจาก รีวิวอาหารในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นร้านดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น
การจับกุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนใจในแง่กฎหมายแรงงานและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงเรื่อง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ
เปิดประวัติร้านมัทฉะหน้าวัด จากความตั้งใจสู่ร้านยอดนิยม
จากนักท่องเที่ยวสู่พ่อค้าขายมัทฉะ
ชายชาวญี่ปุ่นรายนี้ทราบชื่อคือ จุนอิจิ อายุ 39 ปี เดิมทีเคยเปิดร้านอาหารร่วมกับครอบครัวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และตัดสินใจพำนักอยู่ต่อเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน หลังตกหลุมรักบรรยากาศ วัฒนธรรม และผู้คนในพื้นที่ รวมถึงเริ่มคบหากับแฟนสาวชาวไทย
จุนอิจิเป็นผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรม และมักเดินทางไปทำสมาธิที่ วัดยางกวง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเชียงใหม่เป็นประจำ เมื่อเจ้าอาวาสทราบว่าเขาพำนักอยู่ในไทยโดยยังไม่ได้ทำงาน จึงอนุญาตให้เขาและแฟนสาวตั้งแผงขายของเล็ก ๆ หน้าวัด โดยไม่คิดค่าเช่า
สูตรมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น ดึงดูดนักชิม
ร้านเริ่มต้นจากการขาย ไอศกรีมมัทฉะโฮมเมด ที่ทำตามสูตรดั้งเดิมจากญี่ปุ่น ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ต่อมามีการขยายเมนูเพิ่ม เช่น โอนิกิริ และอาหารญี่ปุ่นแบบง่าย ๆ
ร้านได้รับคำชื่นชมจากบล็อกเกอร์อาหารชาวไทยหลายราย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รีวิวผ่าน TikTok, Facebook และ Instagram จนทำให้ร้านเล็ก ๆ หน้าวัดกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมในเวลาอันรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบไม่มีใบอนุญาต
ตรวจคนเข้าเมืองบุกจับหลังร้านเป็นที่รู้จัก
ความโด่งดังของร้านในโลกออนไลน์ในที่สุดก็ไปเข้าตา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของการประกอบธุรกิจโดยชาวต่างชาติ
ระหว่างการสอบสวน จุนอิจิและแฟนสาวชาวไทยยอมรับว่า ร้านดังกล่าว ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และจุนอิจิเองก็ ไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แม้จะพำนักในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยวีซ่าประเภท Non-Immigrant O
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวจุนอิจิส่งพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อหาหนัก เสี่ยงปรับ-เนรเทศ-แบนทำงาน
กฎหมายแรงงานชาวต่างชาติชัดเจน
จุนอิจิถูกแจ้งข้อหาตาม พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 8 ฐานทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมีโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และอาจถูก เนรเทศออกนอกราชอาณาจักร รวมถึงถูก ห้ามยื่นขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 2 ปี

ดรามาโซเชียลระอุ แบ่งเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนุนกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์
หลังข่าวการจับกุมเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์เกิดกระแสถกเถียงอย่างดุเดือด โดยชาวเน็ตส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และหากต้องการประกอบธุรกิจในประเทศไทยก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
อีกฝ่ายตั้งคำถาม เลือกจับรายเล็ก?
ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตอีกกลุ่มหนึ่งกลับวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างหนัก โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่จึง มุ่งเป้าไปที่ร้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อสังคม ขณะที่ธุรกิจผิดกฎหมายขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยชาวต่างชาติในหลายพื้นที่กลับถูกมองข้าม
บางความคิดเห็นถึงขั้นกล่าวหาว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการ เลือกบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างผลงานหรือสถิติ มากกว่าการแก้ปัญหาการทำงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
บทสรุป กฎหมายกับความรู้สึกสังคม
กรณีร้านไอศกรีมมัทฉะของจุนอิจิ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนระหว่าง การบังคับใช้กฎหมาย กับ ความรู้สึกของสังคม แม้ในเชิงกฎหมาย การจับกุมจะเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่ในเชิงภาพลักษณ์และความรู้สึกของประชาชน กลับกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ยังถกเถียงไม่รู้จบ
เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญทั้งสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตและทำธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานรัฐ ที่ต้องสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นว่ากฎหมายถูกบังคับใช้อย่าง ยุติธรรม เท่าเทียม และโปร่งใส