วันครูในประเทศไทย มีความสำคัญอย่างไร และมีการเฉลิมฉลองอย่างไร
nhknoxville.com – วันครูในประเทศไทย ในสังคมไทย “ครู” เป็นหนึ่งในบทบาทและอาชีพที่ได้รับการยกย่องสูงสุดมาโดยตลอด เพราะครูคือผู้ให้ความรู้ หล่อหลอมความคิด และสร้างอนาคตของชาติ ดังนั้นของทุกปีในวันที่ 16 มกราคม จึงจัดงาน “วันครู” เพื่อแสดงความระลึกถึงคุณงามความดีของครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งการจัดงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงรากวัฒนธรรมไทยที่ยึดถือคุณธรรม ความกตัญญู และความเคารพผู้ใหญ่
คำกล่าวที่คนไทยคุ้นเคยว่า “ครูคือแม่พิมพ์ของชาติ” คือหัวใจของวันครู และสะท้อนถึงมุมมองของสังคมไทยที่เชื่อว่าครูเปรียบเสมือนผู้ปั้นแต่งอนาคตของประเทศให้มีคุณภาพ ทั้งในด้านความรู้ ทัศนคติ และความประพฤติ
ประวัติความเป็นมาของวันครูในประเทศไทย
วันครูของไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2499 ตามข้อเสนอของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และมีการจัดวันครูแห่งชาติขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 โดยกำหนดวันที่ 16 มกราคม เนื่องจากเป็นวันที่พระราชบัญญัติครู ปี พ.ศ. 2488 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นการเชิดชูวิทยฐานะและความสำคัญของวิชาชีพครู
การจัดงานวันครูทั่วประเทศอยู่ภายใต้การดูแลของ คุรุสภา ซึ่งเป็นสภาวิชาชีพครู โดยมีบทบาทในการประสานงานด้านสวัสดิการ มาตรฐาน และคุณภาพของครูไทย
ในปี พ.ศ. 2539 คณะกรรมการจัดงานวันครูได้ประกาศให้ ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้ประจำวันครู เนื่องจากได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเปรียบครูเสมือนดอกกล้วยไม้ที่เฝ้าดูแลศิษย์ด้วยความสม่ำเสมอและอดทน
การจัดกิจกรรมวันครูในสถานศึกษา
แม้ว่าวันครูจะไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่โรงเรียนส่วนใหญ่จะ งดการเรียนการสอน เพื่อให้ครูและนักเรียนร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลอง โดยหน่วยงานรัฐและธุรกิจเอกชนยังเปิดทำการตามปกติ
หากวันที่ 16 มกราคมตรงกับวันหยุด โรงเรียนมักจัดกิจกรรมล่วงหน้า 1 วัน โดยมีลักษณะกิจกรรมที่พบได้ทั่วไป เช่น
พิธีทำบุญตักบาตรและเจริญพระพุทธมนต์
หลายโรงเรียนจะอัญเชิญพระสงฆ์มาประกอบพิธี เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา
นักเรียนมอบพวงมาลัยและคำขอบคุณ
นักเรียนจำนวนมากมอบพวงมาลัยดอกมะลิ กล้วยไม้ หรือการ์ดเขียนมือ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อครูผู้สอน
การกล่าวสุนทรพจน์และแสดงความกตัญญู
ตัวแทนนักเรียนอาจกล่าวคำสดุดีครู ขณะที่ครูอาวุโสกล่าวข้อคิดสั่งสอนศิษย์ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมความหมาย
กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนคุณค่าความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยมายาวนาน

พิธีระดับชาติและการยกย่องครูผู้สร้างคุณูปการ
นอกจากกิจกรรมในโรงเรียนแล้ว วันครูยังมีพิธีระดับชาติที่จัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมและกล่าวโอวาทเชิดชูบทบาทครูไทย
ในพิธีระดับชาติจะมีการมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ครูที่มีผลงานโดดเด่น เช่น
-
ครูผู้เสียสละเพื่อชุมชน
-
ครูผู้พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน
-
ครูผู้ทำคุณประโยชน์แก่แวดวงการศึกษา
นอกจากนี้ยังมีการเชิญครูเกษียณอายุราชการมาร่วมงาน เพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณในความทุ่มเทที่มีต่อวงการศึกษา
คำขวัญวันครูและการถวายสักการะ
ทุกปีจะมีการประกาศ คำขวัญวันครู ซึ่งมักสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของการพัฒนาการศึกษาไทย
ปีนี้มีการถวายสักการะและสดุดี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 โดยกำหนดคำขวัญว่า
“แม่และครูของแผ่นดิน”
เป็นการสะท้อนพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
ความหมายทางวัฒนธรรมของวันครู
สำหรับผู้มาเยือนหรือชาวต่างชาติ การสังเกตการเฉลิมฉลองวันครูสามารถทำให้เข้าใจวัฒนธรรมไทยได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะวันครูสะท้อนคุณค่าทางสังคม เช่น
-
ความเคารพผู้มีพระคุณ
-
ความกตัญญู (กตัญญูต่อครู)
-
ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
-
การมองการศึกษาเป็นหน้าที่ของทุกคน
เมื่อเทียบกับ “Teacher Appreciation Day” ในตะวันตก วันครูของไทยมีความเป็นทางการและศักดิ์สิทธิ์มากกว่า และมีรากฐานจากพุทธศาสนาและวัฒนธรรมขงจื๊อที่เน้นความเคารพผู้สอน
บทสรุป
เมื่อวันที่ 16 มกราคมมาถึง โรงเรียนจะเงียบลง แต่บทสนทนาเกี่ยวกับครูจะเพิ่มขึ้นแทน เพราะในสายตาคนไทย การกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะครู” ไม่ใช่เพียงคำสุภาพ แต่เป็นการยกย่องหนึ่งในบทบาทที่มีเกียรติที่สุดของสังคมไทย