แพลงก์ตอนบลูมทำให้น้ำทะเลชายหาดชะอำเปลี่ยนเป็นสีเขียวทั่วแนวชายฝั่ง

แพลงก์ตอนบลูม ชะอำ ทะเลเปลี่ยนสีเขียวทั่วชายฝั่ง นักท่องเที่ยวตื่นตา

แพลงก์ตอนบลูม ชะอำ เปลี่ยนสีทะเล กลายเป็นสีเขียวทั่วแนวชายฝั่ง

นักท่องเที่ยวตื่นตา ทะเลชะอำ–บ้านบ่อใหญ่เปลี่ยนสีเขียวผิดปกติ

nhknoxville.com – แพลงก์ตอนบลูม ชะอำ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนบริเวณ ชายหาด และ ชายหาดบ้านบ่อใหญ่ ต้องประหลาดใจกับภาพที่ไม่คุ้นตา เมื่อผืนน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งปรากฏเป็น สีเขียวเข้ม อย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา สร้างความสนใจและข้อสงสัยให้กับผู้ที่พบเห็นจำนวนมาก

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร โดยเห็นเด่นชัดที่สุดบริเวณช่วงตอนใต้ของชายหาดชะอำ และพื้นที่ใกล้กับบ้านบ่อใหญ่ ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ แม้สีของน้ำทะเลจะเปลี่ยนไปจากปกติ แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ ยังคงลงเล่นน้ำตามปกติ ท่ามกลางความแปลกใจของผู้พบเห็น

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ยืนยันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ “แพลงก์ตอนบลูม”

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อ่าวไทยตอนบน) นำโดย นายณรงค์ฤทธิ์ เลิศเกษมวิทยา นักวิชาการทางทะเล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์โดยเร่งด่วน

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า สีเขียวของน้ำทะเลเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืชในทะเล

แพลงก์ตอนชนิดนี้มีเม็ดสีตามธรรมชาติ เมื่อรวมตัวกันในปริมาณมาก จะทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีจากปกติเป็นสีเขียวหรือเขียวเข้ม โดยไม่ถือเป็นสิ่งผิดปกติร้ายแรงต่อระบบนิเวศในระยะสั้น

คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลในหลายด้าน ทั้ง ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH), ความเค็ม, อุณหภูมิของน้ำ และ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ผลการตรวจสอบพบว่า ทุกค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังไม่พบกลิ่นผิดปกติหรือสัญญาณของสารพิษในน้ำทะเลแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงยืนยันว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชน

ผู้มีผิวแพ้ง่ายควรระมัดระวัง

แม้ว่าคุณภาพน้ำจะยังปลอดภัย แต่เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีอาการระคายเคืองง่าย อาจรู้สึกคันหรือระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อยหลังลงเล่นน้ำทะเลในช่วงที่เกิดแพลงก์ตอนบลูม

จึงแนะนำให้ล้างตัวด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังขึ้นจากทะเล และหากเกิดอาการผิดปกติควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำซ้ำในช่วงนี้

คาดการณ์สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในไม่กี่วัน

รายงานจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมในพื้นที่ชะอำและบ้านบ่อใหญ่ คาดว่าจะสลายตัวเองตามธรรมชาติภายใน 2–3 วัน หลังจากนั้นสภาพน้ำทะเลจะกลับมาใสและมีสีตามปกติ

ทั้งนี้ การเกิดแพลงก์ตอนบลูมมักสัมพันธ์กับสภาพอากาศ อุณหภูมิน้ำทะเล และปริมาณสารอาหารในน้ำ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล

Plankton takeover gives Cha-am beach a green makeover | Thaiger

เปรียบเทียบอีกภาพหนึ่งของชายหาดไทย หลังเทศกาลปีใหม่

ป่าตองเผชิญปัญหาขยะล้นชายหาด

ในขณะที่ชายหาดชะอำได้รับการ “เปลี่ยนโฉม” จากธรรมชาติอย่างแพลงก์ตอนบลูม อีกหนึ่งชายหาดชื่อดังของไทยกลับเผชิญภาพที่น่าหดหู่จากฝีมือมนุษย์

เช้าวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา แสงแดดยามเช้าเผยให้เห็นสภาพ ชายหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่เต็มไปด้วยขยะจำนวนมหาศาล หลังการเฉลิมฉลองคืนส่งท้ายปีเก่า

ขวดแก้วและกระป๋องเบียร์เกลื่อนชายหาด

แทนที่จะเป็นหาดทรายขาวสะอาด ชายหาดป่าตองกลับถูกปกคลุมด้วย ขวดแก้วสีเขียวและสีน้ำตาล กระป๋องเบียร์ และภาชนะบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้หลังการเฉลิมฉลอง

ภาพดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับ พฤติกรรมการท่องเที่ยวและการจัดการขยะ ในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของประเทศไทย โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมและรณรงค์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมากขึ้น

บทสรุป ธรรมชาติกับบทเรียนการอนุรักษ์ชายหาด

เหตุการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่ชายหาดชะอำและบ้านบ่อใหญ่ แสดงให้เห็นถึงพลังของธรรมชาติที่สามารถเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ได้ชั่วคราวโดยไม่เป็นอันตราย ในขณะที่ปัญหาขยะที่ชายหาดป่าตองสะท้อนถึงผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์โดยตรง

ทั้งสองเหตุการณ์เป็นบทเรียนสำคัญที่ตอกย้ำว่า การดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจธรรมชาติ และความรับผิดชอบของมนุษย์ เพื่อให้ชายหาดไทยยังคงความสวยงามและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

THETHAIGER

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *