เจ้าหน้าที่ความมั่นคงตรวจสอบความเสียหายหลังเหตุระเบิดและวางเพลิงในจังหวัดนราธิวาส

ยกเลิกเคอร์ฟิวนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบเริ่มคลี่คลาย

Curfew ที่จังหวัดน ยกเลิกเคอร์ฟิวนราธิวาส ถูกยกเลิกหลังสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย

nhknoxville.com – ยกเลิกเคอร์ฟิวนราธิวาส สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มมีความชัดเจนและมั่นคงมากขึ้น หลังจากที่จังหวัดนราธิวาสประกาศ (Curfew) ในช่วงกลางคืนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุระเบิดและลอบวางเพลิงหลายจุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้หน่วยความมั่นคงประเมินว่าพื้นที่อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว และประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในเวลากลางคืนได้ตามปกติ

เหตุระเบิดและเพลิงไหม้หลายจุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดและลอบวางเพลิง รวม 11 จุด โดยมีเป้าหมายเป็นปั๊มน้ำมัน PTT และร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย ได้แก่

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ

  • เจ้าหน้าที่ดับเพลิง

  • ประชาชน 2 ราย

จากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น จังหวัดนราธิวาสได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีปั๊มน้ำมันและร้านค้าเสียหายจำนวน 5 แห่ง สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่ประชาชนจำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง

การประเมินสถานการณ์และการยกเลิกเคอร์ฟิวของกองกำลังนราธิวาส

เคอร์ฟิวถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการใน 24 ชั่วโมง

เมื่อวันจันทร์ พลตรี ยอดอาวุธ ผึ้งภักดี ผู้บัญชาการกองกำลังนราธิวาส ได้ลงนามคำสั่งยกเลิกเคอร์ฟิว (Curfew) ที่ประกาศใช้เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านี้

ประกาศระบุว่า สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นและสามารถควบคุมได้แล้ว แม้จะยังต้องมีการเฝ้าระวังและปราบปรามผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่องก็ตาม

เคอร์ฟิวส่งผลอย่างไรต่อประชาชน

มาตรการเคอร์ฟิวที่เริ่มใช้เมื่อวันอาทิตย์ภายใต้ พ.ร.บ. กฎอัยการศึก ได้จำกัดการเดินทางในช่วงเวลา 21.00 – 05.00 น. ซึ่งรวมถึง:

  • การสัญจรของประชาชน

  • การทำกิจกรรมกลางคืน

  • การข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ

การยกเลิกเคอร์ฟิวทำให้ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การเดินทางกลับบ้านช่วงดึก การประกอบอาชีพ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในยามค่ำคืน

ความเสียหายและการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง

มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 54 ล้านบาท

นายบุณช่วย หอมยมเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่ามูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ประเมินไม่ต่ำกว่า 54 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินของภาคเอกชนและร้านค้า รวมถึงทรัพย์สินของสถานประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นและการค้าชายแดน

จำนวนผู้ก่อเหตุและรูปแบบการปฏิบัติ

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง พบว่าในจังหวัดนราธิวาสเพียงจังหวัดเดียวมีผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 40 คน ที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานวางระเบิดและลอบวางเพลิง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติการที่มีการวางแผนล่วงหน้าและแบ่งหน้าที่กันเป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการลาดตระเวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามเส้นทางการหลบหนี โดยยังคงมีมาตรการคุมเข้มในบางจุดสำคัญ เช่น:

  • ด่านความมั่นคง

  • ปั๊มน้ำมัน

  • ร้านสะดวกซื้อ

  • สถานที่ราชการ

เหตุผลที่เคอร์ฟิวถูกยกเลิกและการสื่อสารกับประชาชน

หน่วยงานมั่นใจควบคุมสถานการณ์ได้

ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวระบุว่า:

“สถานการณ์ในจังหวัดที่มีภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการก่อความไม่สงบ อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้”

ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของหน่วยความมั่นคงที่ประเมินว่าฝ่ายรัฐมีความพร้อมเพียงพอในการดูแลชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยไม่ต้องจำกัดการเดินทางของประชาชนในช่วงกลางคืนอีกต่อไป

การทำงานร่วมกันหลายหน่วยเพื่อคืนความสงบ

หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ประกอบด้วย:

  • กองกำลังทหารในพื้นที่

  • ตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

  • หน่วยข่าวกรองความมั่นคง

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดและฝ่ายปกครอง

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้การประเมินสถานการณ์มีความถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

ภาพรวมด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นในพื้นที่

ประชาชนเริ่มกลับมาทำกิจกรรมได้ตามปกติ

การยกเลิกเคอร์ฟิวทำให้ประชาชนในเมืองนราธิวาสเริ่มกลับมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ เช่น ตลาด ร้านอาหาร และสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะสถานประกอบการที่เปิดช่วงค่ำคืน

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการเคอร์ฟิว ได้แก่:

  • ร้านอาหารกลางคืน

  • ผู้ให้บริการขนส่ง

  • สถานีบริการน้ำมัน

  • ร้านสะดวกซื้อ

ความเชื่อมั่นยังต้องฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

แม้จะยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว แต่ประชาชนบางส่วนยังคงมีความกังวลด้านความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจำเป็นต้องใช้เวลาและมาตรการที่ยั่งยืน

สรุป

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังเป็นประเด็นที่รัฐต้องให้ความสำคัญ แต่การยกเลิกเคอร์ฟิวในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความสามารถในการควบคุมพื้นที่ของฝ่ายความมั่นคง แม้จะยังต้องติดตามและเฝ้าระวังต่อไปก็ตาม

BANGKOKPOST

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *