ผู้ต้องสงสัยวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ชายแดนใต้ ตำรวจระบุตัว 5 ราย คดีวางเพลิง–ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในสามจังหวัด
ความคืบหน้าคดีเหตุรุนแรงเขย่าสามจังหวัดชายแดนใต้
nhknoxville.com – ผู้ต้องสงสัยวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ชายแดนใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัว จำนวน 5 ราย ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุ ลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมันรวม 11 แห่ง ในพื้นที่สามจังหวัด เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีเมื่อวานนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ของจังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน และสะท้อนถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์นำไปสู่ผู้ต้องสงสัย
ตำรวจยืนยันพบความเชื่อมโยงจากหลักฐานในที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.ทัตพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เก็บรวบรวมได้จากจุดเกิดเหตุในทั้งสามจังหวัด ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายได้
หลักฐานสำคัญประกอบด้วย วัตถุระเบิด เศษซากอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงปลอกกระสุนปืนที่พบในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดถูกนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลคดีความมั่นคงที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ผู้ต้องสงสัย 3 รายมีประวัติคดีความมั่นคง
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องสงสัย 3 ใน 5 ราย เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีความรุนแรงหลายเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและปัตตานี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนและการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐ
พ.ต.อ.ทัตพิชัย ระบุว่า ประวัติอาชญากรรมดังกล่าวช่วยสนับสนุนแนวทางการสืบสวน และเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อสงสัยว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้มีส่วนร่วมในเหตุโจมตีครั้งล่าสุด
เชื่อมโยงอาวุธปืนกับคดีเก่าในพื้นที่
ปลอกกระสุนชี้ชัดเครือข่ายก่อเหตุ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการสืบสวน คือการตรวจสอบ ปลอกกระสุนจากอาวุธปืน 3 กระบอก ที่คนร้ายใช้ยิงใส่เจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี
จากการตรวจพิสูจน์ พบว่าอาวุธดังกล่าว เคยถูกใช้ในเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและประชาชน ในพื้นที่อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับคดี ฆ่าพลเรือนเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา
ข้อมูลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า การโจมตีปั๊มน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนใต้
ขยายผลสอบสวน เรียกตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม
เชิญตัวบุคคลจากยะลาและนราธิวาสเข้าสอบสวน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคล 2 ราย ได้แก่ หนึ่งรายจากอำเภอเมือง จังหวัดยะลา และอีกรายจากอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เข้าสอบสวนที่ กองร้อยทหารพรานที่ 41 และ 46
การเชิญตัวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลการสอบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ก่อเหตุ เส้นทางการเคลื่อนไหว และความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์รุนแรงอื่น ๆ ในอดีต
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การสอบสวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกเชิญตัวทุกคน
ISOC ยืนยันเร่งคลี่คลายคดี นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ความมุ่งมั่นของฝ่ายความมั่นคง
พ.อ.เอกวัสฤทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า หน่วยงานมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการเร่งคลี่คลายคดีนี้ และนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด
เขาระบุว่า เหตุโจมตีปั๊มน้ำมันหลายแห่งพร้อมกันถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ หน่วยงานด้านความมั่นคงจึงไม่อาจเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้
ผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชน
ความกังวลของประชาชนในพื้นที่
เหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงครั้งนี้ สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันและธุรกิจที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ
ภาครัฐจึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบความเคลื่อนไหวต้องสงสัย
บทสรุปสถานการณ์ล่าสุด
จากความคืบหน้าการสืบสวนล่าสุด ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 5 ราย พร้อมหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดีความรุนแรงหลายเหตุการณ์ในอดีต การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
หน่วยงานความมั่นคงยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างรอบคอบและเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และลดความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ในระยะยาว