‘มิวสิค อาบูซูลู’ สาวอาข่ารุ่นใหม่ ใช้วิถีเมืองเชื่อมวิถีดอย สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน
nhknoxville.com – มิวสิค อาบูซูลู สาวอาข่ารุ่นใหม่, ท่ามกลางกระแสสังคมที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกเดินทางออกจากบ้านเกิด มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสและความก้าวหน้าในชีวิต ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เลือก “เดินกลับทางเดิม” เพื่อค้นหาความหมายของชีวิตในแบบที่แตกต่าง หนึ่งในนั้นคือ ‘มิวสิค–สุธาทิพย์ ทรัพย์เรือนชัย’ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘อาบูซูลู สาวอาข่า’ หญิงสาวชาติพันธุ์อาข่ารุ่นใหม่ ผู้ใช้ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์และพลังของการสื่อสาร เชื่อมโยงวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับวิถีดอย เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนบ้านเกิดอย่างยั่งยืน

จากชีวิตในเมือง สู่การกลับคืนบ้านเกิดบนดอย
หลังจบการศึกษาจากภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในวัยเพียง 22 ปี มิวสิคตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอปฏิเสธการทำงานในเมืองใหญ่ และเลือกกลับไปใช้ชีวิตในฐานะ “สาวอาข่า” ณ หมู่บ้านขุนสรวย ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
ความเรียบง่าย คือคำตอบของความสุข
มิวสิคเล่าว่า ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตในเมืองทำให้เธอค้นพบตัวเองว่า ไม่ได้ชอบความวุ่นวายหรือการแข่งขันที่เร่งรีบ เธอรู้สึกมีความสุขมากกว่ากับการอยู่ใกล้ธรรมชาติ ปลูกผัก ทำเกษตร และใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง
“เรารู้สึกว่าความเรียบง่าย คือความสุขที่แท้จริงของเรา”
อาหารทุกมื้อในบ้านมาจากการปลูกเอง เลี้ยงเอง และทำเอง ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตในเมือง
‘อาบูซูลู’ ตัวตนและความหมายของการสื่อสาร
หลายคนอาจสงสัยว่า “อาบูซูลู” คืออะไร มิวสิคอธิบายว่า คำนี้เป็นภาษาอาข่า โดยคำว่า ‘อาบู’ หมายถึงเด็กผู้หญิง และ ‘ซูลู’ หมายถึงความกระฉับกระเฉง รวมกันจึงหมายถึง “เด็กผู้หญิงที่ไม่อยู่นิ่ง” ซึ่งสะท้อนตัวตนของเธอได้อย่างชัดเจน
ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชน
ด้วยพื้นฐานด้านการสื่อสาร มิวสิคเริ่มถ่ายทอดวิถีชีวิตบนดอยผ่านโซเชียลมีเดีย เล่าเรื่องราววัฒนธรรมอาข่า วิถีเกษตรอินทรีย์ และชีวิตเรียบง่ายที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ จนกลายเป็นคอนเทนต์ที่หลายคนหลงรัก
คนรุ่นใหม่หนึ่งเดียว กับภารกิจพัฒนาหมู่บ้าน
ในช่วงที่มิวสิคกลับบ้าน เธอเป็นคนรุ่นใหม่เพียงไม่กี่คนที่ยังอาศัยอยู่ในชุมชน ทำให้เธอมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ต่อผู้นำชุมชน แม้บางครั้งจะต้องเผชิญกับความเห็นที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน
เสียงเล็ก ๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เรื่องการปรับปรุงถนนลูกรังภายในหมู่บ้าน มิวสิคใช้การทำคลิปสะท้อนความลำบากในการเดินทาง จนในที่สุดหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยปรับปรุงบางจุด ทำให้เธอเห็นพลังของการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม
จากความไม่เข้าใจ สู่การพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริง
ในช่วงแรก ครอบครัวและคนในชุมชนยังไม่เข้าใจว่าการถ่ายคลิปหรือทำเพจจะช่วยอะไรได้ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมิวสิคทดลองขายลิ้นจี่จากสวนของครอบครัวผ่านเฟซบุ๊ก และสามารถขายหมดโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
โซเชียลมีเดีย = รายได้ของชุมชน
จากวันนั้น เธอเริ่มนำสินค้าในชุมชน เช่น กาแฟ ชา ข้าวดอย ยาหม่องสมุนไพร และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน มาช่วยโปรโมตและจำหน่าย ทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้เสริม และเห็นคุณค่าของการสื่อสารมากขึ้น
เกษตรอินทรีย์และสุขภาพที่ดีของคนบนดอย
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมิวสิค คือการช่วยลดการใช้สารเคมีในชุมชน หลังจากพบว่าสุขภาพของคนในครอบครัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร แนวคิดนี้จึงถูกส่งต่อไปยังบ้านอื่น ๆ
คุณภาพมาก่อนปริมาณ
มิวสิคย้ำเสมอว่า สินค้าที่เธอช่วยขายต้องเป็นของปลอดสารพิษ เน้นคุณภาพ แม้จะผลิตได้น้อยแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ชุมชน
ถ่ายทอดวัฒนธรรม เชื่อมใจคนอาข่าทั่วประเทศ
คอนเทนต์ของอาบูซูลูอาจไม่ได้หวือหวาด้านเทคนิค แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ เสื้อผ้าพื้นเมือง ลายปักชนเผ่า และบทสนทนาเรียบง่ายในครอบครัว กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิด
ทำด้วยความสุข จึงอยากทำต่อไป
มิวสิคบอกว่า ตราบใดที่ยังมีความสุข เธอจะยังถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ต่อไป เพราะการได้เห็นคนดูมีความสุข และชุมชนเข้มแข็งขึ้น คือความสำเร็จในแบบของเธอ
บทสรุป : วิถีดอยที่เชื่อมโลกกว้าง
เรื่องราวของ ‘มิวสิค อาบูซูลู’ คือภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่เลือกกลับไปสร้างคุณค่าให้บ้านเกิด ใช้ความรู้และการสื่อสารเป็นสะพานเชื่อมวิถีดั้งเดิมกับโลกสมัยใหม่ และพิสูจน์ว่า ความสุข ความสำเร็จ และความยั่งยืน สามารถเกิดขึ้นได้จริง บนเส้นทางที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย



แหล่งที่มา : www.thairath.co.th/