อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาสนับสนุนคณะรัฐประหาร
nhknoxville.com – อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกอาวุโสของ พรรคประชาชน ออกมาชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าเคยสนับสนุนและปกป้องคณะรัฐประหารในช่วงดำรงตำแหน่งทางการทูต โดยยืนยันว่าเนื้อหาในแถลงการณ์ที่ถูกอ้างถึง ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว ของเขาแต่อย่างใด
บุคคลดังกล่าวคือ พิศาล มานะพัฒน์ อดีตนักการทูตอาวุโสวัย 69 ปี ซึ่งเพิ่งได้รับการเปิดตัวจากพรรคประชาชนให้รับบทบาทดูแลด้านการต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์ยาวนานในสายงานการทูต และหากพรรคสามารถจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เขาถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่เวทีการเมืองของพิศาลได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทันที โดยเฉพาะจากนักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งกล่าวหาว่าเขาเคยสนับสนุนคณะรัฐประหารที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อกล่าวหาจากจดหมายถึงสื่อสหรัฐฯ
จดหมายใน The Washington Post
ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีที่มาจาก จดหมายที่ส่งถึงหนังสือพิมพ์ The Washington Post ในช่วงที่พิศาลดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการปกป้องหรือให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารในขณะนั้น
พิศาลชี้แจงผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า จดหมายฉบับดังกล่าว จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศ และส่งผ่านสถานเอกอัครราชทูตตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นส่วนตัวของเขา
“จดหมายนั้นเป็นเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศจัดทำ และส่งผ่านสถานทูต นี่เป็นขั้นตอนมาตรฐานเมื่อสื่อต่างประเทศรายงานประเด็นการเมืองไทย” พิศาลกล่าว
เขาเสริมว่า ในหลายกรณี บรรณาธิการสื่อจะเผยแพร่คำชี้แจงจากสถานทูตเพื่อให้ผู้อ่านได้รับมุมมองอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่การแสดงจุดยืนส่วนตัวของเอกอัครราชทูต
บทบาททางการทูตในช่วงรัฐประหารปี 2557
จากแคนาดาสู่สหรัฐอเมริกา
ในช่วงการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พิศาลยังดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศแคนาดา ต่อมาในปี 2558 หลังพลเอกประยุทธ์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และปฏิบัติหน้าที่จนเกษียณในปี 2560
การให้สัมภาษณ์สื่อแคนาดา
พิศาลเล่าว่า ในวันเกิดรัฐประหาร เขาได้รับเชิญให้สัมภาษณ์สดทางสถานีโทรทัศน์ข่าวของแคนาดา 2 ช่อง แต่ในขณะนั้นกระทรวงการต่างประเทศในไทยอยู่ในภาวะชะงักงันจากการประท้วง ทำให้ไม่สามารถขอคำสั่งล่วงหน้าได้
|“ผมตัดสินใจให้สัมภาษณ์ เพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของประเทศ และสร้างความมั่นใจให้ชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยว่าพวกเขาปลอดภัย” เขากล่าว
พิศาลย้ำว่า ระหว่างการสัมภาษณ์ เขา ไม่ได้แสดงการสนับสนุนการรัฐประหารแต่อย่างใด และเมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่าเขาเป็นตัวแทนของรัฐบาลพลเรือนที่ถูกโค่นล้มหรือคณะรัฐประหาร เขาตอบเพียงว่า
“ผมเป็นตัวแทนของประเทศไทย”
จุดยืนของพรรคประชาชนต่อรัฐประหาร
ต่อต้านอำนาจนอกระบบ
พิศาลย้ำว่า จุดยืนของพรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอด คือการต่อต้านการรัฐประหารและการปกครองโดยคณะทหาร พรรคปฏิเสธการให้ความชอบธรรมหรือการปกป้องการยึดอำนาจ พร้อมยืนยันว่าความขัดแย้งทางการเมืองควรได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น
เขาระบุว่าการนำบทบาททางการทูตในอดีตมาผูกโยงกับการสนับสนุนรัฐประหาร เป็นการตีความที่ไม่ครบถ้วนและไม่เป็นธรรมต่อบทบาทหน้าที่ของนักการทูต ซึ่งต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐในขณะนั้น
การตรวจสอบประวัติด้านสิทธิมนุษยชน
เปิดผลงานให้สาธารณชนพิจารณา
เพื่อตอบโต้ข้อครหาดังกล่าว พิศาลได้เชิญชวนผู้วิจารณ์ให้ตรวจสอบ ผลงานด้านสิทธิมนุษยชน ของเขาผ่านสุนทรพจน์และการทำงานในสภาที่ผ่านมา ซึ่งถูกรวบรวมไว้ในเอกสารชื่อ
“รายงานวุฒิสมาชิกต่อประชาชน: ภารกิจที่ยากยิ่งซึ่งยังรอการขับเคลื่อน”
เขามองว่าผลงานเหล่านี้สะท้อนจุดยืนและแนวคิดทางการเมืองของเขาได้ชัดเจนกว่าข้อกล่าวหาที่อ้างอิงจากเอกสารทางการทูตเพียงฉบับเดียว
ประเด็นส่วนตัวในอดีตและการรับผิดชอบ
ยอมรับความผิดพลาดและก้าวต่อไป
พิศาลยังกล่าวถึง ประเด็นขัดแย้งส่วนตัวเมื่อกว่า 20 ปีก่อน โดยยืนยันว่าเขาได้ยอมรับความรับผิดชอบในขณะนั้น และผ่านกระบวนการสอบสวนทางวินัยภายในแล้ว
“ครอบครัวของผมให้อภัย และสนับสนุนให้ผมทำงานการเมืองต่อไป เพื่อช่วยฟื้นฟูศักดิ์ศรีของการต่างประเทศไทย” เขากล่าว
บทสรุป: การเมือง การทูต และความท้าทายใหม่
กรณีของ พิศาล มานะพัฒน์ สะท้อนความซับซ้อนของบทบาทนักการทูตในช่วงวิกฤตการเมือง และความท้าทายเมื่ออดีตข้าราชการระดับสูงก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองโดยตรง ขณะที่การเลือกตั้งใกล้เข้ามา ประเด็นความสัมพันธ์กับรัฐประหารและจุดยืนด้านประชาธิปไตย ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด