อัดฉีด 45 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ หนุนข้อตกลงสันติภาพกัมพูชา-ไทย
nhknoxville.com – สหรัฐฯ หนุนข้อตกลงสันติภาพกัมพูชา-ไทย 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 พันล้านบาท) ให้แก่ กัมพูชาและไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตาม ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Peace Accords) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันความสงบ ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาค รวมถึงเสริมสร้างความพยายามด้านสันติภาพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
สหรัฐฯ เดินหน้าสนับสนุนสันติภาพกัมพูชา–ไทย
เป้าหมายหลักของความช่วยเหลือ
นาย ไมเคิล เดซอมบรี (Michael DeSombre) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายเอเชียตะวันออก ระบุว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนรัฐบาลไทยและกัมพูชาในการดำเนินตามข้อตกลงสันติภาพ เพื่อเปิดทางสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนทั้งสองประเทศ
คำแถลงได้ระบุว่า ความช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงด้านมนุษยธรรม แต่รวมถึงการพัฒนาวางรากฐานเพื่อการฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ชายแดน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
รายละเอียดเงินช่วยเหลือ 45 ล้านดอลลาร์
แผนการจัดสรรงบประมาณ
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ความช่วยเหลือจำนวน 45 ล้านดอลลาร์ จะถูกแบ่งเป็นหลายส่วน ได้แก่
-
15 ล้านดอลลาร์ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นจากเหตุปะทะ
-
10 ล้านดอลลาร์ สำหรับปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (UXO) ซึ่งยังคงตกค้างในพื้นที่ชายแดน
-
20 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงการต้าน อาชญากรรมไซเบอร์, ศูนย์หลอกลวง (scam centers) และ การค้ายาเสพติด
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหา ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นภัยคุกคามระดับนานาชาติ เนื่องจากมีประชาชนสหรัฐฯ ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลทรัมป์ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้เป็นพิเศษ
บริบทความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา–ไทย
เหตุปะทะรุนแรงก่อนเข้าสู่การเจรจา
ก่อนข้อตกลงสันติภาพ กัมพูชาและไทยได้เผชิญเหตุปะทะชายแดนหลายครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นหลังความล้มเหลวของการหยุดยิงก่อนหน้านี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีทั้งการใช้ปืนใหญ่ จรวดโจมตี รวมถึงปฏิบัติการโดยเครื่องบินรบ
รายงานระบุว่า เหตุปะทะล่าสุดกินเวลานานเกือบ 20 วัน มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย และมีประชาชนมากกว่าครึ่งล้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝั่ง ทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงทวีความตึงเครียด

บทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
เสริมพันธมิตรและลดอิทธิพลคู่แข่ง
ไทยถือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ขณะที่สหรัฐฯ พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับกัมพูชา เพื่อลดการพึ่งพาทางยุทธศาสตร์ต่อประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “อินโด–แปซิฟิกที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรือง” ซึ่งครอบคลุมการสนับสนุนด้าน:
-
ความมั่นคงชายแดน
-
การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
-
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
-
การเสริมสร้างภาคประชาสังคม
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานว่า นายไมเคิล เดซอมบรี จะเดินทางไปยัง กรุงเทพฯ และพนมเปญ เพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ เพื่อหารือถึงการดำเนินงานตามข้อตกลงสันติภาพ รวมถึงการวางแผนความร่วมมือในกรอบอินโด–แปซิฟิกที่กว้างขึ้น
ความคาดหวังและผลกระทบต่อภูมิภาค
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การสนับสนุนจากสหรัฐฯ ครั้งนี้มีแนวโน้มสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภูมิภาค ได้แก่:
-
ลดความรุนแรงชายแดน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้น
-
ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ของผู้ได้รับผลกระทบ
-
ปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงของภูมิภาค
-
ยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันและการทูต
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้กัมพูชาและไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สรุป
ความช่วยเหลือมูลค่า 45 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนความพยายามสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงของภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสายตาสหรัฐฯ ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์
หากการดำเนินงานตามข้อตกลงสันติภาพได้รับความร่วมมืออย่างจริงจัง ก็มีแนวโน้มอย่างมากที่จะนำไปสู่ สันติภาพถาวร เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ของทั้งกัมพูชาและไทยในอนาคต