พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวขอโทษทหารแนวหน้า ชี้เป็นความผิดพลาดในอดีต
nhknoxville.com – อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้ออกมากล่าวขอโทษทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบ หลังจากเคยมีคำพูดที่สร้างความไม่สบายใจต่อบุคลากรทางทหาร โดยยืนยันว่าคำพูดในอดีตไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นทหารแนวหน้าที่เสียสละเพื่อประเทศ
คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในงาน “Pita US Tour” ที่วัดไทย ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในกิจกรรมพบปะคนไทยในต่างแดน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตประเทศไทยและบทบาทของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
คำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อทหารที่เสียสละแดนหน้า
ในช่วงเสวนา พิธาได้พูดถึงประโยคที่เคยเป็นประเด็นใหญ่ช่วงเลือกตั้งปี 2566 คือประโยคที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม?” โดยยืนยันว่าในเวลานั้นเขาต้องการวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะทหารที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือทหารที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตามหลักวิชาชีพ ไม่ใช่ทหารที่ทำงานด้านความมั่นคงและเสี่ยงชีวิตจริง
พิธากล่าวว่า:
“ผมอยากขอโทษทหารแนวหน้า ทหารชั้นประทวน และทหารอาชีพตัวจริงที่เสียสละเพื่อปกป้องประเทศ ผมยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาด และยังรู้สึกเสียใจมาจนถึงวันนี้”
พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่าในช่วงเวลานั้น เขาหมายถึง “ทหารในสนามกอล์ฟ”, “ทหารในรัฐประหาร” หรือ “ทหารที่มีนาฬิกาหรู” ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในกองทัพ ไม่ใช่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ชายแดน
บริบทของปัญหา — ความคลุมเครือที่นำไปสู่ความเข้าใจผิด
พิธายอมรับว่า ความผิดพลาดที่สำคัญคือการไม่แยกประเด็นให้ชัดระหว่าง
-
การวิจารณ์การเมืองในกองทัพ
-
กับการยกย่องทหารแนวหน้าที่ทำงานหนักเพื่อปกป้องประเทศ
เขากล่าวว่า:
“ผมควรทำให้ชัดเจนกว่านั้นว่าผมเคารพทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบ ส่วนเรื่องการเมืองของทหารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เวลานี้ผมมองย้อนกลับไปแล้วเห็นได้ชัดว่าคำพูดตอนนั้นไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน”
ประโยคดังกล่าวถือเป็นการย้ำว่าผู้นำทางการเมืองควรพูดด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อความมั่นคงและความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก
บริบทการเมือง – พรรคฝ่ายค้านถูกเพ่งเล็งหนักก่อนเลือกตั้ง
พรรคใหม่จากก้าวไกลเผชิญแรงกดดัน
คำขอโทษของพิธาเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคการเมืองใหม่ที่สืบทอดจากพรรคก้าวไกล คือ “พรรคประชาชน” (PP) กำลังพยายามสร้างคะแนนนิยมเพื่อต่อสู้ในสนามเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ภายหลังการยุบพรรคก้าวไกล ฝ่ายตรงข้ามยังคงพยายามเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของพรรค PP ว่าเป็นพรรคที่ “ต่อต้านกองทัพ” หรือ “ดูถูกทหาร” ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อคะแนนเสียง
เรื่องทหารกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
ในช่วงเดียวกันนี้ กองทัพได้รับกระแสเห็นใจจากประชาชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ความตึงเครียดชายแดนกับกัมพูชา ทำให้บทบาทของทหารแนวหน้าถูกมองว่าเป็น “ผู้เสียสละ” และ “ผู้ปกป้องประเทศ” มากขึ้นกว่าเดิม
ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ การออกมาตำหนิหรือวิจารณ์กองทัพในเชิงเหมารวมจึงกลายเป็น ความเสี่ยงเชิงการเมือง ที่อาจทำให้เสียคะแนนเสียง
เสียงจากพรรคประชาชน — เลือกตั้งควรแข่งขันด้วยนโยบาย
ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกฯ ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรคที่มีคะแนนนำต้องถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม
เธอกล่าวว่า:
“ถ้าคู่แข่งไม่โฟกัสโจมตีเรา แล้วเขาจะทำอะไรล่ะ? แต่การเมืองควรแข่งขันกันด้วยนโยบายเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่การทำลายกัน”
คำพูดนี้สะท้อนถึงความพยายามเปลี่ยนเกมหาเสียงจาก “โจมตีบุคคล” เป็น “แข่งกันด้วยวิสัยทัศน์”
สรุป — ความรับผิดชอบทางการเมืองในยุคใหม่
กรณีของพิธาถือเป็นตัวอย่างของการออกมารับผิดชอบต่อคำพูดในอดีตอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่พบเห็นบ่อยในแวดวงการเมืองไทย
ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า:
✔ ผู้นำควรสื่อสารให้ชัดเจนโดยไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
✔ กองทัพและทหารแนวหน้ามีบทบาทสำคัญในความมั่นคงของประเทศ
✔ การเมืองไทยกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันด้านนโยบายมากกว่าการโจมตีกันส่วนตัว
ไม่ว่าเหตุผลทางการเมืองจะเป็นอย่างไร คำขอโทษครั้งนี้ได้สะท้อนว่าการสื่อสารเรื่องความมั่นคงของชาติจำเป็นต้องระมัดระวัง และความเคารพต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าคือสิ่งที่สังคมไทยให้คุณค่าเสมอ