พบโปสเตอร์โจมตีการเมืองทั่วพิษณุโลก ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ส่อเกมสกปรกหาเสียง
พบโปสเตอร์โจมตีพรรคการเมืองกว่า 30 จุด ในเขตเมืองพิษณุโลก
nhknoxville.com – จังหวัดพิษณุโลก กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตามองทางการเมือง หลังเจ้าหน้าที่พบและเร่งเก็บ โปสเตอร์โจมตีพรรคการเมือง จำนวนมากกว่า 30 แผ่น กระจายอยู่ทั่วเขตอำเภอเมือง โดยเฉพาะใน เขตเลือกตั้งที่ 1 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้
แม้โปสเตอร์จะไม่ระบุชื่อพรรคโดยตรง แต่เนื้อหาและสีสันที่ใช้ ทำให้สามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป้าหมายคือ พรรคประชาชน พรรคฝ่ายค้านหลักในสนามเลือกตั้งครั้งนี้
ข้อความบนโปสเตอร์ สื่อโจมตีชัดเจน
เนื้อหาซ้ำกับแคมเปญโจมตีระดับประเทศ
โปสเตอร์ดังกล่าวใช้ ตัวอักษรสีส้ม ซึ่งเป็นสีที่ประชาชนคุ้นเคยว่าเป็นสีประจำของพรรคประชาชน พร้อมข้อความโจมตี เช่น
-
“ไม่เลือกพรรคขายชาติ”
-
“ไม่เลือกพรรคบ่อนทำลายกองทัพ”
-
“ไม่เลือกพรรคที่คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์”
-
“ไม่เลือกพรรคฝักใฝ่กัมพูชา”
-
“ไม่เลือกพรรคประชาชนกัมพูชา”
เจ้าหน้าที่และนักการเมืองในพื้นที่ชี้ว่า ถ้อยคำเหล่านี้ สอดคล้องกับข้อกล่าวหาที่พรรคประชาชนเผชิญอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบโปสเตอร์ ใบปลิว และการโจมตีผ่านสื่อออนไลน์
จุดที่พบโปสเตอร์ และการเก็บกวาดโดยเจ้าหน้าที่
พบมากในเขตเทศบาลและตำบลบึงพระ
โปสเตอร์ส่วนใหญ่ถูกติดตั้งตาม ถนนสายหลักในเขตเทศบาลเมืองพิษณุโลก และตำบลบึงพระ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนและเส้นทางสัญจรสำคัญ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการเลือกตั้ง
นายสมชาย ปานเกตุ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเทศบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และสามารถเก็บโปสเตอร์ได้รวม 32 แผ่น จากหลายจุด
ผิดกฎหมายความสะอาด ไม่ใช่สื่อหาเสียงถูกต้อง
โปสเตอร์ไม่มีการขออนุญาตติดตั้ง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า โปสเตอร์เหล่านี้ ไม่ได้รับอนุญาต และเข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด ผู้ที่แสดงตัวเป็นผู้ติดตั้งอาจถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า โปสเตอร์ดังกล่าวไม่ถือเป็นสื่อหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และไม่สามารถระบุได้ว่าเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใดโดยตรง
พรรคประชาชนชี้ เป็นการใส่ร้ายทางการเมือง
เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย หากพบผู้เกี่ยวข้อง
ผู้สมัครจาก พรรคประชาชนในพื้นที่ ระบุว่า การติดโปสเตอร์ลักษณะนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน และอาจเข้าข่าย การใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีได้
พรรคได้ยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอให้ตรวจสอบต้นตอของโปสเตอร์ และขณะนี้ กกต. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบสวนแล้ว

ผู้นำพรรคประชาชนเรียกร้อง กกต. จัดการจริงจัง
ชี้เป็นการหาเสียงด้วยความเกลียดชัง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งติดตามตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปสเตอร์ใน พิษณุโลก โดยระบุว่า
“การใช้ข้อความยุยง สร้างความเกลียดชัง ไม่ควรถูกยอมรับในสังคมประชาธิปไตย”
เขาย้ำว่า การหาเสียงควรแข่งขันกันที่ นโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การปลุกปั่นหรือบิดเบือนข้อมูล
พรรคประชาชนยังถูกโจมตีออนไลน์ต่อเนื่อง
ประเด็น ม.112 และกองทัพ ยังถูกนำมาโจมตี
พรรคประชาชนยังเผชิญ การบิดเบือนข้อมูลในโลกออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็น
-
การปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรา 112
-
ข้อกล่าวหาว่าบ่อนทำลายกองทัพ
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ย้ำว่า พรรค ไม่ได้หาเสียงเรื่องการแก้ ม.112 อีกต่อไป และจุดยืนของพรรคคือ
-
การทำให้กองทัพทันสมัย
-
ปรับปรุงสวัสดิการทหาร
-
ยุติการละเมิดสิทธิทหารชั้นผู้น้อย
-
เปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ
ซึ่งแนวนโยบายนี้ พรรคภูมิใจไทย ก็ประกาศเช่นกัน หากได้จัดตั้งรัฐบาล
ยังไม่ชัด ใครอยู่เบื้องหลังโปสเตอร์ปริศนา
อาจเป็นกลุ่มการเมือง หรือบุคคลทั่วไป
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า ผู้ติดโปสเตอร์เป็นพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือบุคคลใด แต่ยืนยันว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่ช่วยยกระดับคุณภาพการเลือกตั้ง
สรุป: บททดสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
กรณี โปสเตอร์โจมตีการเมืองใน พิษณุโลก สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของการเลือกตั้งไทย ที่ยังต้องเผชิญกับการหาเสียงเชิงลบและการบิดเบือนข้อมูล
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง บทบาทของ กกต. เจ้าหน้าที่รัฐ และสังคม จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาบรรยากาศการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และเคารพหลักประชาธิปไตย