การเลือกตั้งไทยกับเงิน “สีเทา”: พรรคการเมืองเร่งสกัดการครอบงำอำนาจรัฐ
nhknoxville.com – พรรคการเมืองไทยยกประเด็น “เงินสีเทา การเมืองไทย” เป็นเป้าหมายหลักในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หลังจากการเปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติขนาดใหญ่
เงินสีเทา (Grey Money) กลายเป็นประเด็นเด่นในช่วงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางความสงสัยว่ากำไรจากเว็บไซต์หลอกลวงออนไลน์และการพนันผิดกฎหมายถูกใช้เพื่อซื้อเสียง ส.ส.
นักวิเคราะห์ระบุว่ามีนักลงทุนสีเทาหลายรายแทรกซึมเข้าสู่การเมืองไทย มองว่าการเลือกตั้งและการซื้อเสียงเป็นการลงทุนเพื่อสร้างอำนาจทางการเมืองและความคุ้มครองทางกฎหมาย
ความสงสัยและการเปิดโปงนักการเมือง
ความสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตแพร่หลายปรากฏชัดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากการสอบสวนโดยอดีตนักข่าว Wall Street Journal Tom Wright และ Bradley Hope เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองไทยและ Benjamin Mauerberger ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเปิดโปงครั้งนี้นำไปสู่การลาออกของ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วรภัค ตันยวงค์ และการตรวจยึดทรัพย์สินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท (ราว 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก Mauerberger และผู้ร่วมงานในไทย
ในเดือนธันวาคม สื่อมวลชนสภาผู้แทนราษฎรขนานนาม สภาผู้แทนราษฎรไทยว่า “เงินสีเทา การเมืองไทย” โดยกล่าวหาว่าสภาฯ ปกป้อง ส.ส. ที่ขาดความซื่อสัตย์ แต่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์
“ไม่ทนเงินสีเทา”
พรรคการเมืองหลายพรรคใช้ประเด็นเงินสีเทาเป็นแกนกลางของนโยบายหาเสียง เน้นว่าเงินสีเทาเป็นต้นเหตุของปัญหาหลายด้าน เช่น การทุจริต ส.ส. คุณภาพต่ำ และแม้กระทั่งความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับกัมพูชา
พรรคใหญ่ที่นำการต่อสู้กับเงินสีเทา ได้แก่ พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับการฟื้นฟูความนิยมจากการกลับมาของอดีตหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
-
พรรคประชาชนใช้สโลแกนว่า “ไปกับเรา ไม่มีเงินสีเทา”
-
พรรคประชาธิปัตย์ประกาศ “ไม่ทนเงินทุนสีเทา”
พรรคขนาดเล็ก เช่น รักไทย, ไทยสร้างไทย, และพรรคเศรษฐกิจ ก็เข้าร่วมรณรงค์เช่นกัน
ผลกระทบจากเว็บไซต์หลอกลวงและการพนันออนไลน์
การพนันออนไลน์และเว็บไซต์หลอกลวงสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยหลายพันล้านบาท
-
นักพนันไทยเสียเงินประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี ให้กับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย
-
เว็บไซต์หลอกลวงออนไลน์ทำให้ไทยสูญเงิน 110,000 ล้านบาทในปี 2567
-
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ตำรวจไทยรายงานว่า ผู้เสียหายถูกหลอกเงินอย่างน้อย 21,300 ล้านบาท ใน 10 เดือนแรกของปี 2568
การประกาศจุดยืนของพรรค
ในการดีเบตการเมืองล่าสุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งกับ พรรคกล้าแท้ม ซึ่งเป็นเป้าหมายของข้อกล่าวหาเงินสีเทา
หัวหน้าพรรคอื่น ๆ ก็ประกาศจะไม่ร่วมมือกับนักการเมืองที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา แต่หลีกเลี่ยงการระบุชื่อ
“ทุกคนรู้ว่าพรรคไหนบ้าง แต่เราไม่สามารถพูดตรง ๆ ได้” – พลเอก รังสี กิตติยานาสัพธ์, หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ
การใช้เงินเพื่อสร้างอำนาจ
นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์เตือนว่า เงินสกปรกจากธุรกิจผิดกฎหมาย ถูกใช้ซื้อเสียงเพื่อครองเก้าอี้สภาผู้แทนราษฎร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Jade Donavanik ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีจากพรรครักไทย ระบุว่า 10,000 ล้านบาทที่ถูกยึดเป็นเพียง 10% ของเงินที่เตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้ง จำนวนรวมอาจสูงถึง 100,000 ล้านบาท
เขาเตือนว่า หากกลุ่มเหล่านี้ได้อำนาจทางการเมืองผ่านการซื้อเสียง พวกเขาจะกำหนดนโยบายรัฐเพื่อประโยชน์ธุรกิจ เช่น การถูกกฎหมายคาสิโนและยาเสพติด หรือการทำข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ข้อเรียกร้องของผู้รณรงค์ต่อต้านทุจริต
มณา นิมิตมงคล, ประธานองค์กรต่อต้านทุจริตไทย กล่าวว่า การซื้อเสียงในระดับมหาศาลจะวางการเมืองไทยไว้ในมือของ นักการเมืองไม่ดี นักต้มตุ๋น และผู้มีเงินสีเทา
เกรียงไกร เทียนนุกูล, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ทุนสีเทาและดำ กำลังพยายามเข้าควบคุมอำนาจทางการเมืองและกำหนดนโยบายประเทศ
“หากพวกเขาควบคุมพรรคการเมืองและกำหนดนโยบายชาติ ประเทศไทยจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกเขาอย่างสมบูรณ์”
สรุป
การเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการต่อสู้กับ เงินสีเทา เป็นหัวใจสำคัญของการเมืองไทย พรรคการเมืองใหญ่และเล็กต่างประกาศจุดยืนชัดเจน แต่ความท้าทายยังคงอยู่ เนื่องจากความเชื่อที่แพร่หลายในสังคมว่า พรรคส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเงินทุนจากผู้มีธุรกิจสีเทา การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประชาชนไทยพร้อมสนับสนุนการเมืองสะอาดหรือไม่